เที่ยวชลบุรี

วิหารเซียน

อเนกกุศลศาลา หรือที่รู้จักกันในนาม ” วิหารเซียน “ นั้นเป็นแหล่งรวมของงานศิลปะของไทย และจีน โดยนาย สง่า กุลกอบเกียรติ พร้อมด้วยคณะและญาติมิตร ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในมงคลวโรกาสที่ทรงเจริญพระชมน์พรรษาครบ 5 รอบเมื่อปีพุทธศักราช 2530 โดย นายสง่า ได้รับพระราชทานที่ดินในบริเวณโครงการพัฒนาพื้นที่วัดญาณสังวรารามอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ และทรงพระราชทานฤกษ์ในการก่อสร้างเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2531 และพระราชทานนามอาคารนี้ว่า ” อเนกกุศลศาลา ” การก่อสร้างใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปีกว่า และวันที่ 24 ธันวาคม 2536 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาทำพิธีเปิดอเนกกุศลศาลา โดยในวันเดียวกันนี้นาย สง่า กอบเกียรติกุล ก็ได้น้อมถวาย อาคารอเนกกุศลศาลาแห่งนี้พร้อมทั้งโบราณวัตถุที่จัดแสดงทั้งหมดในวิหารนี้ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมอบหมายให้คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รับไปดูแลต่อโดยให้ มูลนิธิอเนกกุศศาลา ในพระสังฆราชูปถัมภ์เป็นผู้รับผิดชอบการดูแลบริหารงานของ อเนกกุศลศาลาต่อไปซึ่งในปัจจุบันได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก… 

ลักษณะของการท่องเที่ยว อเนกกุศลศาลาแห่งนี้เป็นงานก่อสร้างที่มีรูปแบบในทางสถาปัตยกรรม
ศิลปกรรมชั้นสูงของจีน โดยตัวอาคารใหญ่มีรูปทรงเป็นแบบวิหารจีนสูง 3 ชั้น มีกลุ่มศาลาเก๋งบริวารโดย
รอบและหลังคาได้ถูกตกแต่งด้วยปฎิมากรรมอันวิจิตร ภายในได้รวบรวมเอาศิลปกรรมชั้นสูง ทั้งโบราณ
วัตถุงานศิลปกรรมร่วมสมัยของจีนไว้เป็นจำนวนมากที่ประเมินค่ามิได้ โดยมีโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าเป็น
จำนวน 328 รายการที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยกระทรวงวัฒนธรรม มอบให้เป็นสมบัติของ
อเนกกุศลศาลาแห่งนี้เช่น หุ่นทหารดินเผาและรถม้าสำริดจากสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ภาพเขียนที่งดงามของจีน
รวมถึงภาคเอกชนต่างๆของจีน ไต้หวัน ฮ่องกงและไทย ที่ได้มอบโบราณวัตถุต่างๆให้อีกด้วย 

คำแนะนำ อักษรไทย ” อเนกกุศลศาลา ” เป็นนามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานแก่ศาลาที่นาย สง่า กุลกอบเกียรติ พร้อมด้วยคณะญาติมิตรสร้างถวายเป็นศิลปสถาน เพื่อการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน ส่วน ” วิหารเซียน ” คือชื่อเรียกขานทั่วไปของอเนกกุศลศาลาโดยปราถนาให้เป็นสถานธรรมเพื่อการแสวงหาความงาม ความดี ความจริงของชีวิต โดยทางทีมงานสัตหีบบีช ได้เข้าไปบันทึกภาพ และความงดงามของสถานที่ ซึ่งเสียค่าเข้าชมไม่แพง ซึ่งเงินส่วนนี้นำมาเพื่อนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายของวิหาร และบูรณะสถานที่ให้คงอยู่ตลอดไปซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมเป็นระยะๆ จุดที่ตั้งของอเนกกุศลศาลา จะอยู่ใกล้กับพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์ และวัดญาณสังวรารามซึ่งสามารถเดินทางไปสถานที่ต่างๆเหล่านี้ได้โดยสะดวก ซึ่งเราขอแนะนำอเนกกุศลศาลาแห่งนี้ให้อยู่ใน ” โปรแกรมการท่องเที่ยวสัตหีบ ” ของคุณอีกแห่งหนึ่งด้วย…นะครับ…วิหารเซียน

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ตั้งอยู่ที่ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ชื่อของวัดนี้ตั้งตามสมณศักดิ์ เจ้าพระคุณสมเด็จญาณสังวรซึ่งเป็นสมณศักดิ์ในครั้งนั้น ของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นสมณศักดิ์ในครั้งนั้นของพระคุณสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ความเป็นมา นายแพทย์ขจร และคุณหญิง นิธิวดี อ้นตระกูล ต.จ. เป็นผู้ถวายที่ดินจำนวน 500 ไร่เมื่อ พ.ศ.2519 โดยการนำของ นางวิราณี องคสิงห์ ซึ่งถึงแก่กรรมแล้ว และได้ นายสนิท และนางปรียา ฉิมโฉม อดีตผู้อำนวยการผังเมือง หรืออธิบดีหญิงคนแรกของประเทศไทยเป็นสถาปนิกผู้วางผังวัดแห่งนี้ และออกแบบคุมการก่อสร้างอาคารสำคัญทั้งหมด โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถเมื่อ พ.ศ.2512 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก ทรงดำรงตำแหน่งสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระญาณสังวร ทรงเป็นประธานในการสร้างฝ่ายบรรพชิต และพลอากาศโท ไสว ช่วงสุวนิช ขณะที่กำลังอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เป็นประธานฝ่านคฤหัสถ์ และในครั้งนั้นคุณหญิงละมูน มีนะนันท์ ท.จ. ได้บริจาคเงินเป็นรายแรกจำนวน ห้าแสนบาท…วัดแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมหากรุณายกให้เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร และทรงมีพระราชศรัทธารับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้สร้าง ล้อคเก็ตพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมพระราชทานพระปรมาภิไธย ภูมิพลอดุลย์เดช ปร. สำหรับตอบแทนน้ำใจผู้ร่วมสร้างวัดโดย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระราชโอรสและพระธิดาทุกพระองค์ทรงโดยเสด็จด้วยตลอดมา และอีกทั้งพระองค์ยังพระราชทานทรัพย์ในทางต่างๆเป็นอันมาก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณเป็นพิเศษ ทรงรับบริจาคสร้างวัดนี้ด้วยพระองค์เอง และยังทรงรับล้อคเก็ตพระบรมฉายาลักษณ์ไปพระราชทานด้วยพระหัตถ์ และพระองค์ทรงปั้นพระพุทธรูป
องค์น้อย เพื่อพระราชทานแก่ผู้ที่บริจาคเงินสมทบในการสร้างวัดนี้อีกด้วย และเมื่อพระอุโบสถเสร็จเรียบร้อยแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นครั้งแรกเพื่อทรงตัดลูกนิมิต และทรงพระราชดำรัสกับเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในครั้งที่ท่านสมเด็จพระสังฆราช ยังทรงดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระญาณสังวร ทรงรับสั่งในขณะนั้นว่า ” ควรเป็นวัดสำหรับผู้ไปปฎิบัติ เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพดี ” ทรงมีพระราชดำรัสเช่นนี้เนื่องจากได้ทอดพระเนตรเห็นว่าวัดญาณเป็นวัดที่สงบงดงามด้วยแมกไม้และขุนเขาเหมาะกับผู้ที่ต้องการปฎิบัติธรรมและระยะทางไม่ไกลเท่าใดนัก
วัดญาณสังวราราม ความจริงมีเนื้อที่เพียง 366 ไร่ 2 งาน 11 ตารางวา กว้างใหญ่ไพศาลด้วยโครงการพระ ราชดำริที่ล้อมรอบกว่าอีกสองพันไร่อาทิเช่น วิหารพระศรีอริยเมตไตรย ซึ่งเป็นแบบศิลปไทยแท้อันปราณีตบรรจงเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธปฎิมาใหญ่งดงาม ซึ่งพระองค์ทรงได้รับน้อมเกล้าถวายจากคณะผู้สร้างและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าอัญเชิญพระพุทธปฎิมานี้ให้ไปประดิษฐานในวิหารพระศรีอริยเมตไตรยแห่งนี้…พระบรมธาตุเจดีย์ มหาจักรีพิพัฒน์ เป็นเจดีย์ใหญ่สีขาวสะดุดตา ที่ภายในของเจดีย์ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้านบนสุดของเจดีย์บริเวณชั้นบนที่เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุนั้น อนุญาติให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปสักการะบูชาเท่านั้น แต่ห้ามมิให้ทำการบันทึกภาพใดๆของพระธาตุ…อริยาคาร เป็นที่แสดงหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนของ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เป็นที่เคารพบูชาและให้ความนับถือของคนไทยทุกคนตั้งแต่สมัยในอดีตเช่น หลวงพ่อโต, อาจารย์มั่น, หรือหลวงปู่แหวน อยู่ในท่านั่งวิปัสนากัมฐานให้ได้ชมกัน…พระปกเกล้าอริยเขต พระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระราชทานประชาธิปไตยให้กับแผ่นดินไทยทรงประทับนั่ง มีข้อความกินใจว่า    ” ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจ อันเป็นของข้าพเจ้าอยู่เดิมให้แก่ราษฎรทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลาย ของข้าพเจ้าให้แก่คณะใดหรือผู้ใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริง ของประชาราษฎร ” อันเป็นข้อความอมตะที่อยู่ในใจคนไทย…ในเขตโครงการพระราชดำริ นอกเหนือจากนี้บริเวณรอบๆของวัดญาณสังวรารามได้ทรงโปรดเกล้าให้มีโครงการพระราชทานต่างๆอีกเกิดขึ้นมากมายอาทิเช่น ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นหลายแห่ง เพื่อให้มีน้ำไว้ใช้สอยโดยสะดวกบริเวณวัดและ เป็นประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรมของประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง และมรพระราชปรารภให้สร้างศาลาริมอ่าง พระราชทานนามว่า ศาลานาคเล่นน้ำนานาชาติ และอีกทั้งยังได้โปรดเกล้าให้สร้างโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม เริ่มแรกเป็นโรงพยาบาลขนาด 10 เตียงต่อมาได้ขยายเป็น 30 เตียงซึ่งให้เกิดประโยชน์แก่พระภิกษุสงฆ์ และประชาชนโดยทั่วไป ทรงจัดให้มีการสร้างศูนย์อบรมยุวเกษตรกรขึ้น และโปรดเกล้าให้มีการปลูกป่าปลูกผลไม้เพื่อเรียกนกและความสมบูรณ์ของผืนป่าให้กลับมาอย่างในอดีตอีกด้วย…

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: