วิตามิน (จบ)

Vitamin C (Ascorbic acid)  RDA: 100 to 200 mg
ปริมาณวิตามินซีที่ต้องการในแต่ละวันดังแสดงในตาราง

Recommended Dietary Allowance (RDA) for Adults
Life stage
ชาย
หญิง
ตั้งครรภ์
ให้นมลูก
อายุมากกว่า 19 90 mg/day 75 mg/day    
ผู้ที่สูบบุหรี่ 125 mg/day 110 mg/day    
อื่นๆ     85 mg/day 120 mg/day

หน้าที่ของวิตามินซี

  • วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ
  • วิตามินซีจะมีส่วนในการสร้าง collagen ซึ่งทำให้ผิวหนังแข็งแรง
  • เมื่อเกิดแผลจะหายเร็ว
  • หน้าที่ ป้องกันการติดเชื้อโดยเฉพาะไข้หวัด
  • ช่วยการเจริญเติบโตของกระดูก ฟัน เหงือก ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก
  • และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระAntioxidant
  • เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อ หลอดเลือด เม็ดเลือด กระดูก
  • อาการขาดวิตามิน ผู้ป่วยจะเหงือกบวม แดง เลือดออกตามไรฟัน scurvy  ผิวหนังจะมีจ้ำเลือด ถ้าขาดวิตามินมากจะทำให้เกิดโลหิตจางเนื้อจากการดูดซึมธาตุเหล็กลดลง ปวดข้อ

แหล่งอาหาร

  • แหล่งอาหารพบมากในผักผลไม้ มะเขือเทศ บรอคเคอรี ส่วนเนื้อสัตว์ เครื่องในพบวิตามินซีน้อย

การป้องกันการขาดวิตามิน

  • ให้รับประทานผักและผลไม้สด หากจะต้มให้ใส่น้ำให้น้อยที่สุด ใช้เวลาในการปรุงให้สั้นที่สุด น้ำผลไม้สดไม่ควรเก็บเกิน 2-3 วัน ผักหรือผลไม้ที่ปลอกเปลือกแล้วห้ามแช่น้ำ หากจะเก็บให้ใส่ภาชนะและแช่ตู้เย็น
  • คณะนักวิจัยพบว่าการรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี จะลดการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง แต่การรับวิตามินซีเสริมยังไม่มีหลักฐานว่าจะได้ประโยชน์
  • ข้อควรระวัง ก่อนการรับประทานวิตามินซีเสริมให้ปรึกษาแพทย์ก่อนโดยเฉพาะผู้ที่มีโรค เกาต์ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ โรคโลหิคจาง คนตั้งครรภ์

ขาดวิตามินซี
สาเหตุของการขาดวิตามินซี

  • เกิดจากการแพ้อาหารหรือรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง
  • โรคทางเดินอาหาร
  • การตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมจะต้องการวิตามินซีเป็นจำนวนมาก
  • โรคคอกพอกเป็นพิษ
  • โรคเรื้อรังต่างๆ
  • ผู้ที่ต้องเดินทางทางเรือนานๆ

อาการของการขาดวิตามินซี

  • อาการทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามข้อ ปวดกล้ามเนื้อ น้ำหนักลด
  • มีเลือดออกใต้เล็บ
  • เหงือกจะบวม มีสีม่วงและเลือดออกง่าย ฟันหลุดง่าย
  • ต่อมขนจะมีขนาดใหญ่และมีเลือดออกจะเป็นลักษณะที่บอกว่าเป็นโรคนี้

การวินิจฉัยโรค

  • เจาะเลือดจะพบว่ามีระดับวิตามินซีต่ำ

การป้องกันและการรักษา

  • ให้วิตามินซีวันละ 60 มิลิกรัมก็เพียงพอที่จะป้องกันโรค
  • การรับประทานวิตามินระดับสูงไม่ช่วยป้องกันไข้หวัด หรือโรคหลอดเลือดแข็ง แต่อาจจะทำให้เกิดท้องร่วง เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน ให้รับวิตามินซีขนาด 100มิลิกรัม วันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์

Vitamin D (Cholecalciferol) 

  • เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันมีอยู่สองฟอมร์คือ ergocalciferol พบในยีสต์ และ cholecalciferol พบในน้ำมันตับปลา ไขแดงและสังเคราะห์ที่ผิวหนัง ส่วนในน้ำนมพบทั้งสองฟอมร์
  • หน้าที่ของวิตามินดีคือเร่งการดูดซึมวิตามินดีในลำไส้
  • หน้าที่ ร่วมกับ calcium ในการสร้างกระดูกและฟัน
  • อาการขาดวิตามิน เมื่อขาดวิตามินทำให้กระดูกและฟันอ่อนแรง นอนไม่หลับ กระดูกหักง่าย ในเด็กถ้าขาดวิตามินากเรียก rickets ส่วนในคนแก่เกิดกระดูกอ่อนแรงเรียก osteomalacia ผิวหนังของเราสามารถสร้างวิตามิน D ได้จากแสงแดด ดังนั้นคนที่ขาดวิตามิน D มักไม่ค่อยเจอแสงเช่น คนป่วย คนที่เกิดในประเทศที่แสงน้อย หรือกินยาปฏิชีวนะบางตัว กินยากันชัก ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมวิตามิน D จากลำไส้ เพียงแค่ได้รับแสงแดดวันละ 15 นาทีก็เพียงพอที่จะสร้างวิตามินดี
  • แหล่งวิตามินคือ แสงแดด นม ไข่ ปลา น้ำมันตับปลา

สาเหตุของการขาดวิตามิน

  • คนที่ถูกแสงแดดน้อย เช่นคนสูงอายุ
  • คนที่รับประทานอาหารไม่เพียงพอ ดื่มนมไม่เพียงพอ
  • hypoparathyroidism

อาการของคนที่ขาดวิตามินดี

  • ในเด็กที่ขาดวิตามินดีจะมีการพัฒนาการที่ช้า เช่นเดินช้า คลานช้า กระหม่อมปิดช้า กระดูกกระโหลกโป่ง
  • สำหรับเด็กโตเวลาเดินจะปวดกระดูก หากเป็นมากๆจะมีความพิการของกระดูก
  • Rachitic tetany มีการกระตุกของมือเนื่องจากแคลเซียมต่ำ
  • การเปลี่ยนแปลงกระดูก

Vitamin E (Tocopherol) 

  • หน้าที่ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งป้องกันระบบประสาท ปอด กล้าม และตาจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ free radicals ชะลอความแก่ของเซลล์ ป้องกันเม็ดเลือดแดงถูกทำลาย และเชื่อว่าป้องกันหลอดเลือดแดงหัวใจแข็งตัว และเสริมภูมิคุ้มกัน

สาเหตุของการขาดวิตามิน

  • ส่วนใหญ่เกิดในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เนื่องได้วิตามินจากแม่ไม่พอ
  • ส่วนผู้ใหญ่เกิดจากโรคของระบบย่อยอาหารผิดปกติ ทำให้ได้รับวิตามินน้อย

อาการของคนขาดวิตามินอี

  • อาการขาดวิตามิน ถ้าขาดมากทำให้เกิดโลหิตจาง
  • มีความผิดปกติของสมอง มือสั้น เดินเซ
  • ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพบว่าขาดวิตามินตัวนี้
  • แหล่งวิตามินคือน้ำมันพืช ไขมัน เนื้อสัตว์ นม ปลา จมูกข้าว ไข่ขาว ผักใบเขียว ถั่ว
  • การเตรียมอาหารมิให้ขาดวิตามินสามารถทำได้โดยเก็บอาหารมิให้ถูกแสง

การรักษา

  • ให้วิตามินทดแทนประมาณ 15-25 มก/กก

โรคที่เกิดจากวิตามินเกิน
โรคที่เกิดจากวิตามินเกินไม่ใคร่ได้พบ แม้ว่าจะรับขนาด 400-800 มกเป็นเวลานาน
Vitamin H (Biotin) 

  • หน้าที่ พบในเซลล์ของร่างกาย มีส่วนร่วมในการเผาผลาญอาหาร และการสังเคราะห์ DNAในเซลล์
  • อาการขาดวิตามิน ผู้ที่ดื่มสุรามาก หรือรับประทานยาคุมกำเนิดอาจทำให้ขาดวิตามินได้ อาการที่พบคือ ซึมเศร้า อ่อนเพลีย มีผื่น
  • แหล่งวิตามินคือไข่สุก เครื่องในสัตว์ ข้าว

Vitamin K 
หน้าที่ ทำงานร่วมกับตับในการสังเคราะห์สารห้ามเลือด

  • อาการขาดวิตามิน เชื้อบักเตรีในลำไส้สามารถสังเคราะห์วิตามินนี้ได้จากลำไส้ มักพบว่าผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวนะ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึม ท้องร่วงเรื้อรังอาจจะขาดวิตามินนี้
  • แหล่งวิตามินคือ ผักใบเขียว ไข่ เนื้อหมู ตับ 

Vitamin M (Folic acid) 

  • หน้าที่ เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างสารพันธุกรรม RNA และ DNA ทำงานร่วมกับ vitamin B12 ในการสร้างเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้ยังมีส่วนส่วนป้องกันมะเร็งบางชนิด โรคหัวใจ โรคอัมพฤติ และป้องกันเด็กพิการแต่กำเนิดโดยเฉพาะ3เดือนแรกของการตั้งครรภ์
  • อาการขาดวิตามิน ทำให้เกิดโลหิตจาง ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ผมงอกก่อนวัย ความจำไม่ดี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง โรคเกี่ยวกับลำไส้ ผู้ที่ดื่มสุรา กินยาคุมกำเนิด จะมีความต้องการวิตามินตัวนี้สูงขึ้น ยาบางตัว เช่น aspirin ยากันชักจะลดการดูดซึมของวิตามิน
  • พบว่าหากร่างกายมีสาร homocystein ในเลือดสูงจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง folic vitmin B6,B12 จะเปลี่ยนแปลง homocystein ไปเป็น methionine ทำให้ระดับ homocystein ลดลงซึ่งจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ แต่จากการศึกษายังไม่พบความสัมพันธ์ของ homocystein และโรคหัวใจ

การป้องกันมะเร็ง
กรดโฟลิกจะช่วยในการสร้าง DNA จากการศึกษาพบว่าผู้ที่รับอาหารที่มีกรดโฟลิกสูงจะมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลงโดยเฉพาะผู้ที่ดื่มสุรา

  • แหล่งวิตามินผักใบเขียว เครื่องใน เห็ด

คนส่วนใหญ่จะได้รับวิตามินจากอาหารครบถ้วนมีส่วนน้อยที่ขาดวิตามินโดยเฉพาะวิตามิน 5 ตัว ข้างล่างนี้ซึ่งอาจจะต้องเสริมในผู้ป่วยบางราย

  • Folic acid
  • Vitamin B6
  • Vitamin B12
  • Vitamin D
  • Vitamin E

2 Responses

  1. ดีดีดีดีดีมาก+

  2. เป็นประโยชน์มากๆ ขอบคุณคับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: