โรคในช่องปากและกลิ่นปาก

คงมีหลายคนที่ได้ยินคำกล่าวว่า “ปาก คือ ประตูแห่งสุขภาพ” ทำไมจึงมีการกล่าวเช่นนี้
สาเหตุก็เพราะว่าปากเป็นอวัยวะที่ติดต่อกับสภาวะแวดล้อมภายนอกอย่างเปิดเผย ตลอดจนการรับประทานอาหาร เพื่อการเจริญเติบโตและให้มีสุขภาพดี ก็ต้องใช้ปากเป็นจุดเริ่มต้นของการรับประทานอาหารแล้วผ่านตามหลอดอาหาร จากนั้นจึงไปตามอวัยวะภายในอื่นๆ ปากจึงเป็นอวัยวะส่วนสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพอย่างมาก แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้เรื่องว่า ปัญหาโรคในช่องปากของคนไทยเรานั้นมีกันมากเท่าใด
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการสำรวจทันตสุขภาพแห่งชาติ อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 โดยสำรวจเป็นระยะ ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2520 ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2527 และครั้งล่าสุดครั้งที่ 3 ปี พ.ศ. 2532 พบว่า เมื่อดูภาพรวมจากทุกกลุ่มอายุ จะสรุปได้ว่า ในคนไทย 10 คน มีถึง 7 คนที่มีฟันผุ ส่วนโรคเหงือกอักเสบนั้นใน 10 คน มีเพียง 1 คน ที่มีเหงือกปกติ ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่า สภาพช่องปากของท่านนั้นเป็นอย่างไร
ถ้าดูจากอัตราการเกิดโรคทั้งสองแล้ว จะเห็นว่าโรคเหงือกอักเสบคนจะเป็นกันมากกว่าโรคฟันผุ และเมื่อดูระดับความรุนแรงของโรคนี้ พบว่า ในกลุ่มเด็ก หนุ่มสาว และผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นเพียงการมีหินน้ำลายด้วยปริมาณน้อย ตามอายุที่เพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือ ครึ่งหนึ่งของผู้มีหินน้ำลายจะมีเหงือกอักเสบร่วมด้วยส่วนใหญ่ในกลุ่มผู้สูงอายุนั้น ความรุนแรงอยู่ในระดับที่มีการทำลายของเนื้อเยื่อปริทันต์ ทำให้เกิดร่องลึกปริทันต์ ซึ่งอยู่ในระยะฟันโยกและดูเหมือนฟันยื่นยาวขึ้น
เมื่อดูในแง่ของการสูญเสียฟัน พบว่า การสูญเสียฟันถาวรจะเพิ่มขึ้นตามอายุ นับจากอายุ 12 ปี เป็นต้นไป และจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 25 – 44 ปี ไปจนถึงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งทำให้กลุ่มผู้สูงอายุเหลือฟันเฉลี่ยแล้ว คนละครึ่งปากเท่านั้น ซึ่งถ้าคนเราดูแลช่องปากให้ดี ฟันถาวรทุกซี่จะอยู่ให้เราใช้งานไปตลอดชีวิตของเราทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีความผิดปกติอื่นๆ เช่น ฟันซ้อนเก ฟันหน้าล่างครอบฟันลน การสึกของคอฟันการสึกด้านบดเคี้ยว ปริมาณที่พบมีมากพอควร แต่ความสำคัญยังไม่เท่ากับโรคทั้งสองที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
เนื่องจากโรคเหงือกและโรคฟันผุเป็นโรคเรื้อรัง อาการค่อยเป็นค่อยไป ประชาชนทั่วไปมักไม่สังเกตอาการ จึงไม่ได้สังเกตตนเองและพบรอยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่งจากการสอบพบว่าประชาชนรู้ตัวว่าเป็นโรคในช่องปาก ก็ต่อเมื่อโรคลุกลามถึงระยะสุดท้าย คือมีอาการปวดหรือมีรู้ให้เห็นชัดเจน และเมื่อถามความต้องการการรักษาในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ต้องการบริการตรวจ รองลงมาเป็นการถอนฟัน การขูดหินน้ำลาย และอุดฟันตามลำดับ แต่ในคนวัยรุ่นนั้นต้องการถอนฟันเป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การใช้บริการนั้นควรเป็นลักษณะที่มุ่งเก็บฟันไว้ใช้มากกว่าที่จะเป็นการถอนฟัน การถอนฟันควรเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะทำ
ในการดูแลตนเอง คนไทยเราเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีแปรงสีฟันของตนเอง แต่ทราบไหมว่า จำนวนคนที่แปรงฟันสม่ำเสมอกลับมีเพียงบางส่วน ตรงนี้เองที่มีความสำคัญ เพราะการแปรงฟันไม่สม่ำเสมอ แปรงผิดวิธี ผิดเวลา เป็นสาเหตุต้นที่สำคัญในการเกิดโรคในช่องปาก
ในทางวิชาการ ไม่ว่าเป็นที่ใดชาติใดในโลกนี้ ก็ยอมรับกันทั้งนั้นว่า การแปรงฟันได้สะอาดถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นวิธีเบื้องต้นที่คนเราจะช่วยตนเองให้พ้นจากโรคในช่องปากได้ และถ้าสามารถใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วย จะเพิ่มประสิทธิภาพของการป้องกันให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงระหว่างซอกฟัน ตลอดจนช่วยลดกลิ่นปากได้ด้วย ประชาชนคนไทยควรตระหนักในเรื่องนี้ให้มากซึ่งคนรุ่นใหม่ที่ผ่านการศึกษาในสถาบันต่างๆ ก็เริ่มรับรู้ในหลักการนี้แล้ว จึงน่าจะคาดหวังต่อไปได้ว่าการสำรวจทันตสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ในปี 2537 นี้ปัญหาทันตสุขภาพคงจะลดน้อยลงในคนรุ่นใหม่
กลิ่นปาก
กลิ่นปากเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลถึงอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในสังคมการสนทนากันระหว่างเพื่อนฝูง ผู้ร่วมงานหรือในวงสังคม ล้วนก่อให้เกิดความประหม่าเก้อเขินยิ่งถ้ามีเรื่องกลิ่นปากมาทำให้เกิดความไม่มั่นใจ เราก็มักสมัครใจเป็นคนฟังแทนที่จะได้พูดจาแสดงความคิดเห็น ซึ่งทำให้บางครั้งเราก็อาจพลาดโอกาสดีๆ ไปได้
ทันตแพทย์ส่วนใหญ่มักต้องคอยตอบคำถาม เกี่ยวกับเรื่อง “กลิ่นปาก” เป็นประจำเพราะทั่วไปพบว่า กลิ่นปากเกิดจากโรคในช่องปากมากกว่าสาเหตุอื่นๆ ดังนั้นเราจึงควรมาทำความเข้าใจกับสาเหตุของการเกิดกลิ่นปาก เนื่องจากโรคในช่องปากก่อน ส่วนสาเหตุของการเกิดกลิ่นปาก เนื่องจากโรคในช่องปากก่อน ส่วนสาเหตุอื่นนั้นจะได้กล่าวต่อไปภายหลัง
กลิ่นปากมักมีสาเหตุมาจากความสกปรกในช่องปาก อาจเกิดจากการแปรงฟันไม่สะอาดเพียงพอ หรือมีฟันผุที่ยังไม่ได้อุด หรือเป็นโรคเหงือกอักเสบ โดยเศษอาหารจะตกค้างอยู่ในรูฟันผุ หรือในร่องเหงือกที่อักเสบขนแปรงสีฟันไม่สามารถเข้าไปทำความสะอาดได้
การกำจัดกลิ่นปากอย่างได้ผล ในขั้นแรกจำเป็นต้องรักษาโรคฟันผุหรือโรคเหงือกอักเสบให้หายเป็นปกติก่อน โดยในขั้นตอนนี้จำเป็นต้องให้ทันตแทย์เป็นผู้ดูแลรักษา หลังจากนั้นตัวเราเองต้องเริ่มเอาใจใส่อย่างจริงจังกับการทำความสะอาดในช่องปาก ซึ่งได้แก่ การแปรงฟันอย่างถูกวิธี โดยแปรงฟันให้สะอาดทุกซอกทุกซี่ฟัน ควรใช้ยาสีฟันผสมฟูลออไรด์ด้วยเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงกับตัวฟัน การใช้ไหมขัดฟันจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จำเป็นต้องฝึกใช้และทำเป็นประจำ เพราะบริเวณซอกฟันที่ชิดติดกันแน่น มักเป็นบริเวณที่ถูกละเลยในการทำความสะอาดขนแปรงสีฟันจะไม่สามารถเข้าไปกำจัดคราบจุลินทรีย์ที่สะสมอยู่บริเวณนี้ได้ เมื่อเกิดมีการหมักหมมนานเข้าจะเกิดกลิ่นปากได้ ทำให้การแปรงฟันอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดกลิ่นปากให้หมดไปได้ สำหรับวิธีการแปรงฟันที่ถูกวิธีนั้นคงทำได้ไม่ยากนัก เพราะเทคนิคการแปรงฟันอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะของฟัน ที่สำคัญคือเน้นให้ทุกซี่สะอาด แต่การใช้ไหมขัดฟันควรใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากเมื่อเริ่มใช้ยังไม่คุ้นเคย อาจทำไหมขัดฟันบาดเหงือกได้ จึงควรปรึกษาวิธีการใช้ และฝึกทดลองทำ โดยการดูแลของทันตแพทย์ก่อน เพราะความสะอาดภายในช่องปากได้เช่นนี้แล้ว ปัญหาเรื่องกลิ่นปากก็จะหมดไป โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งน้ำยาบ้วนปาก
หลายคนคิดว่าเพื่อความมั่นใจในการดับกลิ่นปาก มักใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดที่ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคด้วย ตามหลักวิชาการแล้วน้ำยาบ้วนปากที่ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคนี้ ปกติแพทย์และทันตแพทย์จะไม่แนะนำให้ใช้โดยทั่วไปอย่างพร่ำเพรื่อ วิธีการใช้และข้อบ่งชี้สำหรับน้ำยาบ้วนปากที่ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคจะแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีปัญหา ไม่สามารถทำความสะอาดในช่องปากด้วยวิธีการอื่นๆ ได้ เช่น ขากรรไกรหักต้องทำการผ่าตัด และผูกฟันบนและฟันล่างไว้ด้วยกัน ทำให้อ้าปากไม่ได้ ผู้ป่วยประเภทนี้จำเป็นต้องใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดนี้ ช่วยทำความสะอาดในช่องปากเพราะการรักษาต้องใช้เวลานาน แต่แพทย์ก็จะไม่ให้ผู้ป่วยใช้น้ำยาบ้วนปากนี้เป็นประจำ เพราะในช่องปากจะเกิดความไม่สมดุลย์ของเชื้อจุลินทรีย์และเชื้อรา เมื่อใช้น้ำยาบ้วนปากผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคไปนานๆ มักพบว่าจะมีโอกาสติดเชื้อราในปากได้ง่าย ดังนั้นถ้าจะมีการใช้ยาบ้วนปากที่ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรค จึงควรใช้อย่างรอบคอบและปรึกษาแพทย์ ที่สำคัญอย่าใช้เป็นประจำ


สาเหตุของกลิ่นปาก
กลิ่นในโลกนี้มีสารพัดกลิ่น ทั้งน่ารื่นรมย์และไม่น่ารื่นรมย์ กลิ่นหอมของดอกไม้ที่จรุงใจ กลิ่นน้ำหอมอันสดชื่นที่ปะพรมผิวกาย ล้วนแล้วแต่เป็นกลิ่นที่โน้มน้าวจิตใจมนุษย์ ให้มีความปรารถนาอยากจะอยู่ใกล้ชิดด้วย ตรงกันข้ามกลิ่นอันไม่น่ารื่นรมย์ มนุษย์ไม่ปรารถนาและอยากหลีกเลี่ยง แต่ถึงอย่างไรกลิ่นหนึ่งก็ยังติดตัวไม่มีใครหลีกพ้น ตราบที่ยังรับประทานอาหารอยู่ กลิ่นนั้นก็คือ “กลิ่นปาก” กลิ่นที่ไม่น่าชื่นชมนัก การกำจัด และการป้องกัน ก็ไม่ง่ายเหมือนการประพรมน้ำหอมกลบกลิ่นกาย แม้จะใช้น้ำยาบ้วนปากที่โฆษณาสรรพคุณมากมายเท่าใดก็ตาม นอกจากจะทราบถึงสาเหตุการรักษาและการป้องกันที่ถูกวิธีเท่านั้น จึงจะไม่เกิดกลิ่นปากที่น่ารังเกียจนี้
สาเหตุของกลิ่นปาก อาจเกิดจาก

–  เศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามซอกฟัน บริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก หรือในรูฟันผุ ซึ่งจะมีเศษอาหารเน่าอยู่
–  แผ่นคราบฟันและหินปูนที่อยู่รอบๆ ฟัน ซึ่งเป็นที่เก็บกักและสะสมเชื้อโรคต่างๆ
–  เหงือกเป็นหนองจากโรคปริทันต์ มีฟันโยก
–  อาหารบางชนิด เมื่อรับประทานจะมีกลิ่นขับออกมาทางลมหายใจ เช่น หัวหอม     กระเทียม ทุเรียน เป็นต้น
–  การดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ
–  อาการท้องผูกหลายๆ วัน ทำให้เกิดกลิ่นปากได้
–  ภายหลังตื่นนอนใหม่ๆ กลิ่นปากจะแรง เพราะในขณะที่นอนหลับน้ำลายจะถูกขับออกมาน้อย ทำให้น้ำลายมีการหมุนเวียนน้อย เศษอาหารที่ตกค้างสะสมอยู่จึงมีการบูด เกิดเป็นกลิ่นปากค่อนข้างแรง เมื่อตื่นนอนได้แปรงฟัน และน้ำลายมีการไหลเวียนมากขึ้นกลิ่นปากก็บรรเทาลง
–  โรคทางร่างกายบางอย่าง เช่น ต่อมทอลซินอักเสบ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง วัณโรค โรคปอดและหลอดลม โรคระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น

เมื่อได้รับการแก้ไขสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากแล้ว ก็ควรป้องกันมิให้เกิดกลิ่นปากขึ้นอีกด้วยการรู้จักดูแลสุขภาพอนามัยช่องปากให้ดี แปรงฟันสะอาดถูกวิธี พบและรับคำปรึกษาจากแพทย์เราก็จะมีลมหายใจที่สะอาดสดชื่น พบปะพูดจากับใครได้อย่างมั่นใจ เป็นการเพิ่มเสน่ห์และสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้แก่ตนเอง

สาเหตุอื่นๆที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก
สาเหตุอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดกลิ่นปากได้ มักจะเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ เช่น โรคกระเพาะอาหารหรืออาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก โรคไซนัสอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ ไข้หวัด เป็นต้น
การแก้ไขกลิ่นปาก เนื่องจากสาเหตุของความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร หรือระบบทางเดินหายใจ จำเป็นต้องรับการรักษาทางร่างกาย และดูแลให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ ไม่ควรมองข้ามอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นแม้จะรู้สึกว่าเป็นอาการเพียงเล็กน้อยเมื่อร่างกายได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอันว่าตัดปัญหาเรื่องกลิ่นปากที่เกิดจากสุขภาพร่างกายออกไปได้
เมื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ จนหมดไปแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกตัวอยู่เสมอว่า ตนเองมีกลิ่นปากอยู่เป็นประจำก็ต้องหันมาให้ความสนใจกับชีวิตประจำวันของตนเองว่า ปกติชอบรับประทานอาหารประเภทใดมากที่สุด และอาหารที่รับประทานอาหรเป็นประจำนั้นได้แก่อะไร ตัวอย่างเช่น เป็นคนชอบเครื่องเทศมาก เวลากินก๋วยเตี๋ยวก็ต้องขอกระเทียมเจียวมากหน่อย ต้นหอมเยอะๆ ถ้าเป็นอาหารไทย ก็ต้องน้ำพริกกะปิ ส้มตำปูเค็มใส่ปลาร้า รสแซบ สะตอผัดกุ้งก็ดี ทุเรียนยิ่งเป็นของโปรดกินได้เป็นลูก ถ้าชอบรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำ ก็คงไม่ต้องสงสัยหรือมัวหาสาเหตุอื่นอยู่อีกต่อไป เพราะโอกาสที่กำจัดกลิ่นปากให้หมดไปคงทำได้ยาก เพราะอาหารบางชนิดแม้จะแปรงฟันหลายๆ ครั้ง กลิ่นก็ยังฟ้องตัวมันเองอยู่เป็นชั่วโมงๆ วิธีที่จะช่วยแก้ไขได้ก็คือ พยายามรับประทานอาหารเหล่านี้ให้น้อยลง หรือรับประทานเมื่อเวลาอยู่ที่บ้านในวงเพื่อนฝูงที่ชอบรับประทานอาหารประเภทเดียวกัน ก็คงจะพอคุ้นเคยและไม่เป็นที่รังเกียจ
สาเหตุและวิธีแก้ไขกลิ่นปากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คงไม่ยากเกินไปกว่าที่พวกเราจะปรับปรุงแก้ไขตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่สามารถเข้าอยู่ในแวดวงสังคมได้อย่างมั่นใจ ประการสุดท้ายที่ขอเตือนคือ สำหรับคนที่ไม่ชอบพูดคุย ถ้านิ่งเงียบไม่ยอมอ้าปากพูดเสียบ้าง นานๆ ไปอาจมีการบูดเน่าของน้ำลายในปากได้ เพราะมีการสะสมของเชื้อจุลินทรีย์ในปาก น้ำลายไม่มีการหมุนเวียน ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นปากได้

แหล่งที่มาของกลิ่นปาก
ที่จริงแล้วกลิ่นปากเกิดได้จากหลายๆ สาเหตุ หากแก้ไขที่ต้นเหตุได้ก็จะเป็นวิถีทางที่ดีที่สุด เพราะการใช้ ของสำเร็จรูปนั้นเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และชั่วคราวเท่านั้น สาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากมีดังนี้
จากอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง เช่น กระเทียม ส้มตำ อาหารรสจัดชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นชั่วคราว หากได้แปรงสีฟัน ทำความสะอาดฟันและช่องปากแล้ว กลิ่นก็จะหายไป ในกรณีเช่นนี้การใช้ของสำเร็จรูปก็พอจะช่วยได้ (หากเจ้าตัวทนกลิ่นที่ผสมผเสกันในระยะแรกๆ ได้)
จากสาเหตุในช่องปาก มีได้หลายประการคือ

–  ในคนที่มีฟันผุมากๆ จนมีรากฟันเน่าค้างอยู่หรือมีฟันที่ผุเป็นรูเป็นที่กักเศษอาหารแม้ว่าจะแปรงฟันก็ไม่สามารถกำจัดออกได้ทำให้เกิดการหมักหมมและบูดเน่าของเศษอาหารทำให้มีกลิ่น
–  นอกจากนี้ยังได้แก่ ในคนที่มี หินน้ำลาย (หินปูน) สะสมอยู่มาก หรือโรคเหงือกชนิดที่จัดว่าเป็นโรคปริทันต์ ที่มักเรียกง่ายๆ ว่า โรครำมะนาด
–  ในคนที่มีแผลในช่องปาก (ซาง บางคนเรียกว่า แผลร้อนใน) ทำให้ไม่สามารถทำความสะอาดปากและฟันได้ทั่วถึง
–  ในคนที่ใส่ฟันปลอมทั้งแบบติดแน่นและแบบถอดได้ หากดูแลรักษาความสะอาดได้ไม่ดีก็จะเป็นสาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นปากชนิดที่ค่อนข้างจะถาวรทีเดียว
–  ในคนที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่มีอาการแสดงออกในช่องปากร่วมด้วย เช่น โรคเอดส์ หรือ เป็นมะเร็งของช่องปาก

จากสาเหตุของโรคทางกาย เช่น โรคกระเพาะ มักมีกลิ่นจากกระเพาะอาหารปนออกมา หรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ เช่น ไซนัสอักเสบ ทอนซิลอักเสบ เป็นต้น
จากสาเหตุของโรคทางจิต ในบางรายที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง มักมีความวิตกกังวลสูงและมักคิดว่าตัวเองมีกลิ่นปาก หรือในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า ก็จะไม่สนใจดูแลสุขภาพของตน ละเลยการทำความสะอาดเบื้องต้นไป
เหล่านี้หากท่านเอาใจใส่เพิ่มขึ้นอีกสักนิด ให้เวลาอีกสักหน่อย ไปพบและปรึกษากับทันตแพทย์หรือแพทย์ ที่ใกล้บ้านท่านเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง กลิ่นปากที่น่ารังเกียจก็จะหายไป โดยที่ไม่ก่อให้เกิดผลแทรกซ้อนที่จะตามมาในภายหลัง
แต่ในรายที่กลิ่นไม่หนักหนาสาหัสและแน่ใจว่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่เกินกว่าการจะแก้ไขด้วยตนเองแล้ว การใช้สิ่งสำเร็จรูปแก้ไขปัญหาเป็นครั้งคราวก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่ประการใด

เม็ดอมแก้กลิ่นปาก
ปัญหาสำคัญของคนรุ่นใหม่ในยุคสังคมเมือง ก็คือ เวลา ที่ดูจะจำกัดจำเขี่ยเหลือเกินกับการจะให้เวลาในการดูแลสุขภาพของตน เพราะทุกอย่างดูจะเร่งรัดไปซะหมด คนสมัยปัจจุบันจึงต้องการสิ่งสำเร็จรูป หรือสูตรสำเร็จที่ได้ผลเร็วโดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมานัก ขอเพียงให้ได้ผลเฉพาะหน้าก็ดูจะเพียงพอ
กลิ่นปากเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่จัดได้ว่าสำคัญ สำหรับการสื่อสารพบปะผู้คน แต่เนื่องจากมีของสำเร็จรูปที่เสนอตัวเข้ามาแก้ไขปัญหา พร้อมสรรพคุณที่เหลือเฟือ แม้กับคนที่ไม่มีปัญหาดังกล่าว ก็ยังพึ่งพาเพียงเพื่อให้มี “กลิ่นปากหอมสดชื่น” เพิ่มความมั่นใจแก่ตนเอง ซึ่งมีมาในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาบ้วนปาก หมากฝรั่ง สเปรย์ขจัดกลิ่นปาก และเม็ดอมแก้กลิ่นปาก
การแก้ไขปัญหาของสิ่งสำเร็จรูปแบบต่างๆ กันนั้นใช้หลักการที่ต่างกัน กล่าวคือ
การใช้หลักการของ การลด หรือกำจัดเชื้อโรคภายในปาก กลุ่มที่ใช้หลักการนี้ ได้แก่ น้ำยาบ้วนปาก และสเปรย์ขจัดกลิ่นปากเพราะส่วนใหญ่จะมีสารที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อเป็นหลัก ยกเว้น น้ำยาบ้วนปาก ฟูลออไรด์ ที่อาจจะไม่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อ
การใช้หลักของ การใช้สารที่มีกลิ่นหอม (ซึ่งให้กลิ่นที่รุนแรงพอควร) กลุ่มนี้ได้แก่ หมากฝรั่ง ยาอม และเม็ดอมแก้กลิ่นปากทั้งหลาย บางครั้งก็มีสเปรย์ขจัดกลิ่นปากร่วมด้วย ซึ่งกลุ่มนี้เป็นที่นิยมกันมากเพราะสะดวกในการพกพาและในการใช้ มีข้อห้ามใช้อยู่อย่างหนึ่งคือ ในคนที่ใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ห้ามเคี้ยวหมากฝรั่ง เพราะนอกจากจะทำให้ฟันปลอมหลุดแล้ว ยังทำให้การทำความสะอาดฟันปลอมมีปัญหา
อันที่จริงแล้ว ยาอม หรือเม็ดอม ตลอดจนหมากฝรั่งในรูปแบบต่างๆ นั้น มีองค์ประกอบหลัก คือน้ำตาล (ส่วนใหญ่มากกว่า 90% ของส่วนผสมทั้งหมด) นอกนั้นเป็น สารปรุงรส และแต่งกลิ่น จะเห็นได้ว่าที่จริงแล้วก็คือ ลูกอมลูกกวาดที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายห้ามเด็กๆ รับประทานนั่นเอง แต่ผู้ใหญ่กลับเป็นซะเองเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้เฉลียวใจว่า เป็นลูกอมลูกกวาดที่แอบแฝงมาในรูปแบบที่แปลกไป
แม้ว่า สิ่งเหล่านี้ให้ผลเฉพาะหน้าเป็นที่น่าพอใจ คือ ช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกดีขึ้น รู้สึกว่ามีกลิ่นปากที่หอมสดชื่นทันตาเห็น อย่างไรก็ตามมีข้อที่พึงระวัง คือ หากบริโภคบ่อยครั้งต่อวันก็จะเป็นการสร้างปัญหา อย่างใหม่แทน เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองแล้ว ปัญหาโรคฟันผุก็จะตามมาซึ่งกลับจะเป็นต้นเหตุให้เกิดกลิ่นปากไปซ่ะอีก ทำให้เกิดเป็นวงจรร้าย ต้องพึ่งพาสิ่งที่ช่วยขจัดกลิ่นมากขึ้น
 
 

 

5 Responses

  1. Good for data.

  2. […] โรคในช่องปากและกลิ่นปาก […]

  3. ถ้ามีกลิ่นปากลองใช้สเปรย์ Propoliz ดูสิคะ ช่วยเรื่องกลิ่นปากได้เยอะเลย ถูกใจมากคะ

  4. จัดฟัน ปากเหม็น เพื่อลมหายใจสดชื่น ชุดรักษาความสะอาดช่องฟัน สนใจทักมานะคะ

    รายละเอียดเพิ่มเติมคลิ๊กลิ้งค์เลยค่ะ https://goo.gl/DzLyzU

  5. ปัญหาช่องปาก
    #ปากเหม็น #ฟันเหลือง #หินปูน ต้องเชตคู่ฟันสวย
    ใช้แล้วดียังไง คลิกดูรีวิว >https://goo.gl/QkGGZE
    ติดต่อสอบถาม สั่งชื่อ
    โทร :087-955-5636
    LINE : dana7955
    LINE : @dzh8897w
    ………………………
    รับตัวเเทนจำหน่ายทั่วประเทศนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: