กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

…….

เจอบันทึกนี้ให้เอาคำต่อไปนี้ของกูไปประกาศให้คนรู้ว่า

กู – กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์ ผู้เป็นโอรสของพระปิยมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า

แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเลือดเอาเนื้อเอาชีวิตแลกไว้

ไอ้อีมันผู้ใด คิดชั่วร้ายทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ฤากระทำการทุจริต ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม

จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว

ก่อนที่ที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยามอันเป็นที่รักของกู

ตราบใดที่คำว่า “อาภากร” ยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาผืนแผ่นดินสยามของกู

ลูกหลานทั้งหลาย….

แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น

แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น

…….

ผู้ทรงบันทึกคือ….

พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น…

“พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย”

จริง ๆ แล้ว กำลังรบทางเรือของไทยแม้จะมีกำเนิดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ในอดีตไม่ได้มีการแบ่งแยกเป็นเหล่าทักเป็นกองทัพบก, กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ ดังเช่นปัจจุบัน เมื่อยาตราทัพไปทางบกเพื่อทำสงคราม ก็เรียกว่าทัพบก เมื่อยาตราทัพไปทางเรือ ก็เรียกว่าทัพเรือ

การยกย่องพล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็น “พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย” นับเป็นการเทิดทูนพระเกียรติคุณอย่างสูงสุด

เนื่องจากพระองค์ทรงนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่กองทัพเรือ และประเทศชาติ

โดยทรงวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ระเบียบวิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ ทำให้ทัพเรือไทยมีความทันสมัย มีมาตรฐาน และมีความเจริญก้าวหน้า มาจวบจนทุกวันนี้

ทรงมีพระนามเดิมว่า….

“พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์”

เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 เป็นพระเจ้าลูกยาเธอองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค ) ผู้บัญชาการทหารเรือวังหลวง

เป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาวิชาการทหารเรือจากประเทศอังกฤษ

ทรงมีจุดประสงค์อันแรงกล้าที่จะฝึกให้ทหารเรือไทยเดินเรือทะเลได้อย่างชาวต่างประเทศ และ สามารถทำการรบทางเรือได้เอง เนื่องจากในอดีต ประเทศไทยได้ว่าจ้างชาวต่างชาติมาเป็นผู้บังคับการเรือมาโดยตลอด

แม้แต่ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก ก็ยังได้ว่าจ้าง “กัปตันคัมมิ่ง” และคณะนายทหารเรืออังกฤษ เป็นผู้เดินเรือถวาย

ภายหลังจากที่สำเร็จการศึกษา และเข้ารับราชการทหารเรือแล้ว พระองค์ได้แก้ไข ปรับปรุงระเบียบการ ในโรงเรียนนายเรือ ทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือ และริเริ่มการใช้ระบบการปกครองบังคับบัญชาตามระเบียบการปกครองในเรือรบ

คือการแบ่งให้นักเรียนชั้นสูงบังคับบัญชารองลงมา

นอกจากนี้ยังทรงจัดเพิ่มวิชาสำคัญสำหรับชาวเรือขึ้น เพื่อให้เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว สามารถเดินเรือ ทางไกลในทะเลน้ำลึกได้ คือ วิชาดาราศาสตร์, ตรีโกณมิติ, อุทกศาสตร์, การเดินเรือ, เรขาคณิต, พีชคณิต ฯลฯ

ในปี 2462 พระองค์ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ โดยนำเรือหลวงพระร่วงจากประเทศอังกฤษเข้ามายังกรุงเทพมหานคร

นับเป็นครั้งแรกที่นายทหารเรือไทยเดินเรือได้ไกลข้ามทวีป

ที่สำคัญ พระองค์ทรงเป็นหัวเรี่ยวหัวเเรงสำคัญที่ทำให้สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงเห็นความสำคัญ และโปรดเกล้าฯพระราชทาน “พระราชวังเดิม” ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2449 ทำให้กิจการทหารเรือมีรากฐานมั่นคงนับตั้งแต่บัดนั้น

กองทัพเรือจึงยึดถือ “วันที่ 20 พฤศจิกายน” ของทุกปีเป็น “วันกองทัพเรือ” !

จากการที่ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล พระองค์ได้ทูลเกล้าฯขอพระราชทานที่ดินบริเวณอำเภอสัตหีบ เพื่อสร้างเป็นฐานทัพเรือ เนื่องจากทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า อ่าวสัตหีบเป็นอ่าวขนาดใหญ่ น้ำลึกเหมาะแก่การฝึกซ้อมยิงตอร์ปิโดได้ และเกาะน้อยใหญ่ที่รายล้อมรอบสามารถบังคับคลื่นลมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเรือภายนอกเมื่อแล่นผ่าน จะไม่สามารถมองเห็นฐานทัพได้เลย

นอกจากทรงเป็นนักยุทธศาสตร์แล้ว ด้านการแพทย์พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง และเสด็จไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับประชาชนด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือคนจีน

จนกระทั่งชาวจีนย่านสำเพ็งมีความทราบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ เรียกพระองค์ท่านว่า “เตี่ย” ซึ่งหมายถึงพ่อนั่นเอง

ทำให้ในเวลาต่อมาทหารเรือได้เรียกพระองค์ว่า “เสด็จเตี่ย” จนติดปากคนทั่วไป

ในหมู่คนไข้ชาวไทยที่พระองค์ทรงรักษานั้น มักจะเรียกขานนามพระองค์ว่า…

“หมอพร”

พล.อ.ร.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงประชวร และสิ้นพระชนม์ ในขณะที่ประทับอยู่ที่หาดทรายรี ปากน้ำเมืองชุมพร เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2466 เวลา 11.40 น. ยังความโศกเศร้ามาสู่บรรดาทหารเรือยิ่งนัก

เมื่อสัก 10 ปีก่อน – กองทัพเรือได้ประกาศให้ “วันที่ 19 พฤษภาคม” เป็น “วันอาภากร” ด้วย !

แม้นว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์มาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม แต่พระราชกรณียกิจและคุณงามความดีของพระองค์ยังคงจารึกไว้ในความทรงจำของคนไทยมิลืมเลือน

ความเลื่อมใสศรัทธาที่คนไทยไม่ว่ายากดีมีจนมีต่อพระองค์นั้นจะเห็นได้จากอนุสาวรีย์และศาลของพระองค์ที่มีมากมายทั่วประเทศ — มากกว่า 120 แห่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: